<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.7.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>สะเก็ดเงิน,โรคสะเก็ดเงิน แหล่งข้อมูล และสถานที่รักษา</title>
	<link>http://www.psoriasisthai.com</link>
	<description>สะเก็ดเงิน,โรคสะเก็ดเงิน ข้อมูลโรคเบื้องต้น แหล่งข้อมูล สถานที่รักษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 22 Aug 2009 09:03:04 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>แพทย์ชี้ภาวะเครียด กระทบโรคผิวหนัง</title>
		<description>ในสถานการณ์ที่คนไทยกำลังมีความเครียดสูง ไม่ได้เพียงแต่ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกและพฤติกรรมเท่านั้น แต่อาจกระตุ้นให้โรคผิวหนังหลายชนิดกำเริบได้ 
 
          นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์อเมริกันบอร์ดสาขาผิวหนัง เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทำให้คนไทยมีความเครียดสูง จึงมีแนวโน้มจะพบการกำเริบของโรคผิวหนังหลายชนิด เพราะจิตใจมีความสัมพันธ์กับผิวหนังชัดเจน โดยแบ่งลักษณะความสัมพันธ์ได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 


           กลุ่มที่ 1 เป็นโรคผิวหนังโดยตัวเองอยู่แล้ว แต่ปัจจัยทางจิตใจกระตุ้นให้โรคผิวหนังกำเริบ เช่น สิว ผมร่วงเป็นหย่อม เริม เหงื่อออกมาก มีกลิ่นตัว คัน สะเก็ดเงิน ลมพิษ


           กลุ่มที่ 2 โรคผิวหนังเป็นตัวทำให้จิตป่วย โรคผิวหนังที่ลักษณะน่ารังเกียจ เช่น สิวที่รุนแรง สะเก็ดเงิน ด่างขาว ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอับอายเกิดความกังวลและความเครียด 


          กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มโรคทางจิตใจที่มีอาการทางผิวหนัง เช่น ดึงผมเล่นจนร่วง และโรคไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาของตนเอง หรือบีดีดี (body dysmorphic disorder, BDD) ที่เรียกง่ายๆ ว่า ...</description>
		<link>http://www.psoriasisthai.com/stress2-effect-to-skin/</link>
			</item>
	<item>
		<title>วิธีขจัดความเครียด 5 วันทำงาน</title>
		<description>ทุกครั้งที่เริ่มต้นสัปดาห์แห่งการทำงาน คุณอาจรู้สึกเบื่อเมื่อนึกถึงงานที่ต้องทำอีก 5 วัน ตลอดจนปัญหาที่จะเข้ามาแทรกทำให้คุณต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ดังนั้น

หากคุณไม่สามารถจัดการกับตารางชีวิต หรือลดละความเครียดลงบ้าง นานวันเข้าก็จะสะสม ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจ ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งทีประสบเหตุการณ์เช่นนี้ ขอแนะนำวิธีขจัดความเครียดโดยทำให้ วันทำงานที่แสนเบื่อกลายเป็นวันรื่นรมย์อีกสักนิด

วันจันทร์ - ปรับนิสัยการทำงาน 

มักเป็นวันที่จราจรคับคั่งเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันแรกของสัปดาห์การทำงาน หากคุณไม่อยากออกจากบ้านเพื่อเผชิญกับรถติดให้อารมณ์เสียกันตั้งแต่เช้า ขอแนะนำให้ตื่นเร็วขึ้นอีกสัก 10 นาที จะได้มีเวลาจัดการตนเองมากขึ้น ออกจากบ้านเร็วขึ้น ทำให้ไม่ต้องประสบกับจราจรคับคั่งอย่างที่เคยชิน เมื่อไปถึงที่ทำงานให้จัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำ แต่ควรจดในสิ่งที่สามารถทำได้ภายใน 1 วัน มิฉะนั้นอาจเหลืองานที่ยังทำไม่ทันบนกระดาษ ก่อให้เกิดความรู้สึกเครียด กังวลมากขึ้นไปอีก หลังจากนั้นก็ค่อยๆ จัดการงานไปทีละส่วน

วิธีนี้จะช่วยป้องกันการผัดวันประกันพรุ่ง ช่วยให้คุณรู้สึกว่างานนั้นง่ายและเสร็จเร็วกว่าที่คิด ในขณะทำงานอาจมีเวลาสักช่วงที่รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่อยากทำงาน ให้พยายามเลือกทำงานชิ้นที่คิดว่าใช้เวลาน้อยจะเหมาะที่สุด และสุดท้ายอุปสรรคของการทำงาน คือ การติดต่อสื่อสาร หากคิดว่าช่วงไหนยุ่ง มีงานเร่งด่วน ควรปิดมือถือและใช้ระบบฝากข้อความแทน

วันอังคาร - สร้างบรรยากาศการทำงานที่รื่นรมย์

สาเหตุของความเครียดส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน เช่น เสียงดัง ห้องทำงานไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มีส่วนช่วยทำให้มีแรงใจในการทำงานมากขึ้น เริ่มจาก 

-ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน ...</description>
		<link>http://www.psoriasisthai.com/5days-reduce-stress/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เครียดเป็นอีกสาเหตุของโรคผิวหนัง</title>
		<description>แพทย์ผิวหนังระบุคนไทยเครียดมาก ยังผลให้โรคผิวหนังพุ่ง ทั้งสิว เริม งูสวัด ผมร่วง แผลเป็น รอยย่น ลมพิษ สะเก็ดเงิน แนะออกกำลังกาย พักผ่อน นั่งสมาธิลดเครียด
       
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์อเมริกันบอร์ดสาขาโรคผิวหนัง บรรณาธิการตำราโรคผิวหนังในเวชปฏิบัติปัจจุบัน กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคเครียดกันมาก เป็นที่ทราบกันว่าความเครียดส่งผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น ทำให้ลืมง่าย หงุดหงิด ติดยาเสพติด เหนื่อยง่าย ปัสสาวะบ่อย นอนไม่หลับ ความเครียดยังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง แผลในกระเพาะอาหาร หืด ต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ และโรคจิตโรคประสาท
       
นอกจากนั้น พบว่าความเครียดทำให้เกิดโรคผิวหนังหลายอย่าง มีงานวิจัยแสดงว่าผู้ป่วยโรคผิวหนังอย่างน้อยร้อยละ 30 มีปัญหาทางจิตใจ ปัจจุบันจึงมีตั้งสาขาวิชาใหม่คือ จิตวิทยาโรคผิวหนัง (Psycho dermatology) ที่เน้นศึกษาผลกระทบของสภาพจิตใจต่อผิวหนัง พบว่าเมื่อเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียด คือ คอร์ติซอล ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น เกิดอาการผิวมัน สิว และโรคเริมกำเริบ งูสวัด แผลหายช้า ...</description>
		<link>http://www.psoriasisthai.com/stress-bad-for-skin/</link>
			</item>
	<item>
		<title>หนาวนี้ ระวังโรคผิวหนังอักเสบ</title>
		<description>เลี่ยงอาบน้ำร้อน-ผ้าขนสัตว์ สาเหตุอาการกำเริบ
         ช่วงเปลี่ยนฤดูเข้าสู่หน้าหนาว นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์อเมริกันบอร์ดสาขาโรคผิวหนัง และภูมิแพ้ผิวหนัง และอดีตนักวิจัยสถาบัน สาธารณสุขแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) ส่งสัญญาณเตือนว่า มีโอกาสพบโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (Atopic dermatitis) กำเริบได้บ่อย
       โรคดังกล่าวเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง แต่ไม่ใช่โรคติดต่อ พบมากในเด็กสูงถึงร้อยละ 70 ในกลุ่มที่มีประวัติพ่อแม่เป็นภูมิแพ้ เช่น หืดหอบ ลมพิษ หรือน้ำมูกไหล เพราะแพ้อากาศ แบ่งเป็น 3 ช่วงอายุ คือ
 
 1.วัยทารก มักพบเป็นผื่นที่แก้ม หรือบริเวณอื่นของใบหน้า หรือตามด้านนอกของแขนขา และลำตัว
 
 2.วัยเด็ก มักพบผื่นขึ้นตามข้อพับแขนขา ผื่นจะแดงหนา และอาจคันรุนแรงมาก
 
 3.วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ผื่นขึ้นตามข้อพับแขนขา ใบหน้า หัวไหล่ จะมีอาการคันมาก และอาการคันมักกำเริบตอนกลางคืน
 
         ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบ ภูมิแพ้ไม่ควรใช้สบู่มาก ไม่ควรนอนแช่ในอ่างอาบน้ำ ไม่ควรอาบน้ำร้อนจัด การเช็ดตัวให้ใช้วิธีซับ ไม่ควรเช็ดหรือถูแรงๆ ไม่ควรใส่เสื้อผ้าขนสัตว์ที่หนา ควรใส่เสื้อผ้าฝ้ายทอโปร่งๆ พยายามระงับสติอารมณ์ ...</description>
		<link>http://www.psoriasisthai.com/winter-skin-desease/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ยาสำหรับโรคผิวหนังทั่วไป</title>
		<description>1.ยารักษาหิดเหา เบนซิล เบนโซเอต

ในสูตรตำรับประกอบด้วยตัวยาสำคัญ คือ 
Benzyl Benzoate 25 % w/v  
 
สรรพคุณ
รักษาหิด เหา และโลน  

ขนาดและวิธีใช้
เขย่าขวดก่อนใช้ยา สำหรับเด็กเล็กให้แบ่งยา มาเติมน้ำเท่าตัว แล้วผสมให้เข้ากัน

สำหรับรักษาหิด
อาบน้ำให้สะอาด ใช้ผ้าหรือแปรงอ่อนๆ ถูตรงบริเวณที่มีผื่นคัน แล้วทายานี้ให้ทั่วทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แล้วจึงอาบน้ำ วันรุ่งขึ้นให้ทาซ้ำใหม่อีกครั้ง ตามวิธีเดิม

สำหรับรักษาเหาและโลน
ใส่ยานี้ให้ทั่วศีรษะหรือบริเวณ ที่มีเหาหรือโลน ทิ้งไว้ 1 วัน ถ้าเป็นมากให้ใช้ยา 2 ครั้งต่อวัน วันต่อมาจึงสระให้สะอาด เมื่อครบ 7 วันให้ตรวจดูอีกครั้งหนึ่ง ถ้ายังไม่หาย ให้ใส่ยาซ้ำตามวิธีเดิม  

คำเตือน
ระวังอย่าให้ยาเข้าตา  

การเก็บรักษา
เก็บในที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และป้องกัน ไม่ให้ถูกแสงแดด  

ขนาดบรรจุ
ขวดสีชา 30 มิลลิลิตร และ 60 มิลลิลิตร

2.ยารักษาหิด ขี้ผึ้งกำมะถัน 

ในสูตรตำรับ ประกอบด้วยตัวยาสำคัญ ...</description>
		<link>http://www.psoriasisthai.com/drugs-for-skin/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ยารับประทานกลุ่ม เรตินอยด์ (Retinoids) ยากลุ่มเรตินอยด์ คืออะไร?</title>
		<description>วิตามิน เอ เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการแบ่งตัวและเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุร่างกาย เช่น ผิวหนัง เยื่อบุช่องปาก จึงมีผู้นำวิตามิน เอ มารักษาโรคสะเก็ดเงิน พบว่าไม่ได้ผล ต่อมามีการค้นพบกรดของวิตามิน เอ (Retinoids) พบว่ามีฤทธิ์ในการรักษาผื่นผิวหนังอักเสบของโรคสะเก็ดเงินได้ดี ปัจจุบันสารกลุ่มนี้เรียกว่า Retinoids ซึ่งรวมถึงวิตามิน เอ ด้วย ยารับประทานกลุ่ม Retinoids ที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินมี 3 ชนิด คือ Etretinate, Acitretin และ Isotretinoin ในประเทศไทยปัจจุบันนิยมใช้ Acitretin แทน Etretinate เพราะยา Acitretin มีช่วงครึ่งชีวิตสั้นกว่า Etretinate มาก ทำให้หลีกเลี่ยงผลเสียที่จะเกิดกับเด็กในครรภ์ กรณีที่ผู้ป่วยตั้งครรภ์หลังจากหยุดยา
ผู้ป่วยรายใดควรได้รับยา Acitretin หรือ Etretinate?
การพิจารณาให้ Acitretin แก่ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน แพทย์ผู้ดูแลจะเป็นผู้พิจารณาโดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา Acitretin
1. เป็นโรคสะเก็ดเงินที่รุนแรง
2. ผื่นผิวหนังอักเสบของโรคสะเก็ดเงินไม่ตอบสนองต่อยาทา
3. ผื่นผิวหนังอักเสบเป็นมากเกินร้อยละ ...</description>
		<link>http://www.psoriasisthai.com/retinoids/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ยารับประทาน Methotrexate (MTX)</title>
		<description>ยารับประทาน Methotrexate (MTX) 
เป็นยาต้านการเมตาบอไลต์ของเซลล์ ออกฤทธิ์ต้านการทำงานของเอนไซม์ Dihydrofolate reductase ที่ใช้ในการสร้าง DNA ของเซลล์เมื่อยาเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวช้าลง ทำให้ผื่นของโรคสะเก็ดเงินยุบลง ยายังกดการทำงานของเซลล์อื่นๆ ในร่างกายที่แบ่งตัวเร็ว เช่น เซลล์ไขกระดูก ยามีทั้งรูปรับประทานและฉีด เมื่อยาเข้าสู่ร่างกายจะกระจายไปที่เซลล์ตับและไต จึงมีผลต่อเซลล์ตับและไต

ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา MTX 
ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยารับประทาน MTX คือ ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีลักษณะดังนี้
1. ผื่นเป็นมากเกินร้อยละ 20 ของผื่นที่ผิวหนังหรือเป็น
รุนแรง
2. ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่ผื่นผิวหนังอักเสบ ไม่ตอบสนองต่อยาทา หรือผื่นของโรคเป็นในตำแหน่งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถออกสังคมได้ หรือผื่นของโรคสะเก็ดเงินทำให้ผู้ป่วยมีความพิการไม่สามารถทำงานได้ เช่นเป็นมากที่มือ เท้า หรือทำให้ผู้ป่วยมีความทุกข์ทางจิตใจอย่างมาก
3. ผื่นของโรคสะเก็ดเงินที่ควรได้รับยา MTX คือ ผื่นแดงลอกทั้งตัว (Erythroderma), ตุ่มหนองทั้งตัว (Acute pustular psoriasis of Von Zumbusch) ตุ่มหนองเฉพาะที่ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตตามปกติของผู้ป่วย

ข้อห้ามในการใช้ยา MTX
1. หญิงตั้งครรภ์
2. ผู้ป่วยโรคตับหรือโรคไตที่การทำงานของอวัยวะทั้ง ...</description>
		<link>http://www.psoriasisthai.com/methotrexate/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ยาทารักษาโรคสะเก็ดเงิน</title>
		<description>เมื่อเกิดผื่นแดงที่ผิวหนังของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน อาการที่พบร่วมด้วยคือ แสบร้อนหรือคัน แพทย์มีหน้าที่เลือกใช้ยาหรือแสงอัลตราไวโอเลตเพื่อควบคุมผื่นผิวหนังอักเสบ ยาที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยมี 3 กลุ่ม คือ ยาทา ยารับประทาน และยาฉีดโดยมีหลักในการพิจารณาคือ ถ้าผื่นผิวหนังอักเสบไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นผิวของร่างกายให้เลือกใช้ยาทาก่อน ถ้าผื่นผิวหนังอักเสบเกินร้อยละ 20 ของพื้นผิวของร่างกายให้ใช้ยารับประทาน หรือฉายแสงอัลตราไวโอเลต ยาทาที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีดังต่อไปนี้

ยาทาสตีรอยด์ 
เป็นยาที่ใช้รักษาผื่นโรคสะเก็ดเงินบ่อยที่สุด ยาทาสตีรอยด์อาจอยู่ในรูปครีม ขี้ผึ้ง เจลหรือสารละลาย (Solution) การเลือกใช้ยาทาสตีรอยด์ชนิดใด ในรูปใดมีหลักพิจารณาดังนี้
ผื่นหนา เป็นตามแขนขา มือหรือเท้าใช้ยาทาสตีรอยด์ฤทธิ์แรงในรูปขี้ผึ้ง

ผื่นบางหรือเป็นบริเวณหน้า ข้อพับต่างๆ ใช้ยาทาสตีรอยด์ฤทธิ์อ่อนหรือแรงปานกลาง ควรเลือกยาทาสตีรอยด์รูปครีมไม่ควรใช้ในรูปขี้ผึ้งเพราะมีฤทธิ์แรงเกินไปและเหนียวเหนอะหนะ

ผื่นที่ศีรษะหนาให้ใช้ยาทาสตีรอยด์ฤทธิ์แรงในรูปครีมเหลวหรือครีมน้ำนม(Milky lotion) ถ้าผื่นที่ศีรษะมีลักษณะบางใช้ยาทาสตีรอยด์รูปน้ำ(Solution) จะซึมเข้าถึงหนังศีรษะได้ดียาทาสตีรอยด์รูปขี้ผึ้งไม่เหมาะกับหนังศีรษะเพราะเหนอะหนะ และทาให้ถึงหนังศีรษะได้ยากเพราะติดเส้นผม
ข้อดีของยาทาสตีรอยด์ คือ ทำให้ผื่นยุบได้เร็ว ใช้ง่าย หาซื้อได้ทั่วๆ ไป

ข้อด้อยของยาทาสตีรอยด์ 
เมื่อใช้ทานานๆจะเกิดภาวะดื้อยา เมื่อผื่นยุบลงถ้าหยุดยาทันทีผื่นมักกลับเป็นใหม่ได้เร็วและรุนแรงขึ้น อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราแทรกซ้อนได้ง่าย การใช้ยาทาสตีรอยด์ที่มีฤทธิ์แรงเป็นเวลานานๆ ยาจะถูกดูดซึมได้มาก และกดการทำงานของต่อมหมวกไต มีผลต่ออวัยวะอื่นๆ ของร่างกายเหมือนกับการรับประทานยาสตีรอยด์ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็ก ผู้สูงอายุ ...</description>
		<link>http://www.psoriasisthai.com/psoriasis_treat_product/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การดูแลรักษาผื่นสะเก็ดเงินของเล็บ</title>
		<description>ความผิดปกติของเล็บในโรคสะเก็ดเงินพบได้บ่อย ความชุกของความผิดปกติที่เล็บพบตั้งแต่ร้อยละ 10- 55 เล็บมือเป็นมากกว่าเล็บเท้า ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินของข้อพบมีความผิดปกติของเล็บสูงถึงร้อยละ 70 ความผิดปกติของเล็บมืออาจพบเพียงเล็บเดียวหรือเป็นหลายเล็บ น้อยรายที่จะมีความผิดปกติทั้ง 20 เล็บ ลักษณะความผิดปกติของเล็บมีตั้งแต่ เป็นรอยบุ๋ม วงสีแดงเรื่อๆที่เล็บ จุดเลือดออกใต้เล็บ เล็บร่อนจากพื้นเล็บ จนถึงเล็บขรุขระผิดรูป 

การดูแลรักษาเล็บที่ผิดปกติ ยังได้ผลไม่ดี ผู้ป่วยบางรายความผิดปกติของเล็บตอบสนองต่อยาทาสตีรอยด์ แต่ต้องทาเป็นเวลานานและควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะการทายา
สตีรอยด์ที่แรงเป็นเวลานานๆอาจทำให้เกิดผิวหนังบริเวณจมูกเล็บบางลง นอกจากนี้ยังมีการใช้ยาทากลุ่มวิตามินดี (Calciprotriol ointment) ทาที่จมูกเล็บร่วมกับยาทาสตีรอยด์พบว่าได้ผลในผู้ป่วยบางราย เคล็ดลับในการทายาให้ได้ผลคือ ในรายที่มีขุยหรือสะเก็ดหนาใต้เล็บต้องทำให้สะเก็ดหลุด ยุ่ย เสียก่อนด้วย 30-40 % Urea หรือใช้ 10-20 % Salicylic acid ในรูปครีมหรือขี้ผึ้งทาทิ้งไว้ข้ามคืน ตัดหรือขูดสะเก็ดออกแล้วจึงทายาสตีรอยด์หรือ Calcipotriol ointment ผลการรักษาความผิดปกติของเล็บต้องใช้เวลานานเป็นเดือนๆ ผู้ป่วยจึงต้องมีความอดทนในการทายา เมื่อได้พยายามรักษาจนเต็มที่แล้วผลจะเป็นอย่างไรก็ควรยอมรับ อย่าเครียดเพราะจะไม่เกิดผลดีต่อโรคโดยรวม ปัจจุบันยังคงมีการศึกษาทดลองใช้ยาใหม่ๆในการรักษาความผิดปกติที่เล็บอยู่ หวังว่าจะมีความคืบหน้าไปในทางที่ดี ในระยะเวลาอันใกล้นี้ </description>
		<link>http://www.psoriasisthai.com/manicure_psoriasis/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การดูแลรักษาสะเก็ดเงินของหนังศีรษะ(Scalp Psoriasis)มีหลักเกณฑ์ดังนี้</title>
		<description>
 

	กรณีที่ขุยบนหนังศีรษะไม่หนามาก แนะนำให้สระผมด้วยแชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำมันดินร้อยละ 2-8 (Tar shampoo)
	กรณีที่สะเก็ดหรือขุยบนหนังศีรษะหนาควรทำให้สะเก็ดบนหนังศีรษะนุ่มลงก่อน วิธีทำให้สะเก็ดนุ่มให้ใช้นำมันมะกอก หรือขี้ผึ้งผสม 1-3%Salicylic acid นวดหนังศีรษะทิ้งไว้ 4 ชั่วโมง หรือทิ้งไว้ข้ามคืน อาจสวมหรือครอบศีรษะด้วยผ้าหรือหมวกพลาสติกคลุมศีรษะทิ้งไว้ข้ามคืน รุ่งเช้าสระผมด้วยน้ำอุ่นและแชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำมันดิน นวดให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างน้ำออกใช้หวีซี่ถี่ๆค่อยๆขูดสะเก็ดบนหนังศีรษะออก ควรขูดเอาสะเก็ดบนศีรษะออกด้วยวิธีที่นุ่มนวลเพราะการขูดอย่าง
รุนแรงจะทำให้เกิดผื่นสะเก็ดเงินขึ้นใหม่
	ทาหนังศีรษะด้วยสตีรอยด์ในรูป Lotion หรือ Solution วันละ 2 ครั้ง ยาจะซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีกว่าครีมหรือขี้ผึ้ง จะช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะ
	การใช้วิตามินดี (Calcipotriol) ชนิด Solution นวดหนัง
ศีรษะก็สามารถลดการอักเสบของหนังศีรษะได้
	เมื่อผื่นและสะเก็ดบนหนังศีรษะ(Scalp)หายแล้วควรสระผมด้วยแชมพูยา สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อควบคุมการกลับเป็นซ้ำ

ปล. แชมพู Tar shampoo สามารถหาซื้อได้จากร้าน Boots ทุกสาขานะครับ ผมซื้อใช้อยู่สะดวกดี ใช้แล้วผลเหมือนแชมพูที่หมอให้มา กลิ่นไม่แรงเท่าไหร่ครับ ราคาประมาณสองร้อยกว่าบาท </description>
		<link>http://www.psoriasisthai.com/scalp_psoriasis_treatment/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
